skip to main |
skip to sidebar
เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “1 คน 1 ความดี 60 ปี ถวายในหลวง” ได้รับบริจาคคอมพิวเตอร์จากไอที มอลล์ จำนวน 23 ชุด และได้เนคเทคติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส...
31 มี.ค. นายขวัญชัย หลำอุบล รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค ) เป็นประธานในพิธีมอบถวายเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม จ.น่าน โดยมีพระครูพงษ์ศิลป์ เป็นผู้รับถวายจำนวนทั้งหมด 23 ชุด และนายภาณุพงษ์ วงษ์รอด ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีพีซี) เป็นผู้ถวายกิจกรรมการบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์ชุดดังกล่าว เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “1 คน 1 ความดี 60 ปี ถวายในหลวง” โดย ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการให้สมาชิกชมรมฯ ได้ทำกิจกรรม และทำความดีร่วมกัน โดยครั้งนี้ชมรมฯได้รับบริจาคคอมพิวเตอร์จากไอที มอลล์ เพื่อนำไปทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 23 ชุด ชมรมฯได้ส่งมอบให้กับเนคเทค เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สู่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ชนบท (School Outreach) โดยเนคเทคได้ติดตั้งระบบปฎิบัติการโอเพนซอร์ส และเนื้อหาการเรียนรู้ในระบบ e-learning เพื่อให้โรงเรียนที่รับบริจาคสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ และได้ทำพิธีมอบถวายในวัน
โครงการโรงสีข้าวพระราชทาน จ.น่าน เตรียมพัฒนาเป็นโครงการนำร่องสำหรับให้ชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ได้มาเรียนรู้ต่อไป...
จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า "คนไทยจะกินข้าว ทำไมต้องไปเสียค่าน้ำมันในการขนข้าวเปลือกไปสีในเมือง และขนข้าวสารจากเมืองกลับมายังหมู่บ้าน ทำไมเราไม่คิดสร้างโรงสีชุมชนให้กับเกษตรกรในหมู่บ้าน เกษตรกรก็จะได้สีข้าวเอาไว้กินเอง แกลบที่ได้ ใช้ทำเป็นเชื้อเพลิง หรือใช้หมักเป็นปุ๋ยคืนกลับสู่พื้นดินให้กับพืช" ดังนั้น บริษัท เกรทอะโกร จำกัด จึงได้ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโรงสีชุมชน CP-R 1000 ขึ้น โดยเป็นโรงสีขนาดเล็กแต่ให้กำลังการผลิตสูงถึง 1,000 กิโลกรัม(ข้าวเปลือก)ต่อชั่วโมง ทั้งนี้โรงสีข้าวชุมชนดังกล่าวได้จัดสร้างขึ้น และมอบให้วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวพระราชทาน จ.น่าน ทดสอบดำเนินการ
นายสน คำมินทร์ ประธานโครงการโรงสีข้าวพระราชทาน จ.น่าน เผยว่า จากการดำเนินการมาครบ 1 ปี มีการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรไปแล้ว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,559,291 บาท นอกจากนี้ยังสามารถนำข้าวที่รับซื้อมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายเป็นข้าวสารเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,353,144 บาท ในอนาคตเตรียมพัฒนาเป็นโครงการนำร่องสำหรับให้ชุมชนในพื้นที่ต่างๆได้มาเรียนรู้ต่อไป ลักษณะเด่นของเครื่องจักร คือ ให้เปอร์เซ็นต์ข้าวต้นสูง ลดการสูญเสียและการแตกหักของข้าวในแต่ละขั้นตอน สามารถผลิตได้ทั้งข้าวกล้อง-ข้าวขาว และใช้ได้กับข้าวทุกประเภท ที่สำคัญทำงานโดยใช้ผู้ควบคุมเพียงคนเดียว